"ความดี-ความเก่ง" 2 สิ่งนี้ถ้าสามารถอยู่ในตัวคนคนเดียวได้ ก็สามารถช่วยเหลือให้ประเทศชาติของเราพัฒนาขึ้น แต่สุดท้ายแล้ววันนี้ประเทศชาติกลับต้องสูญเสียอนาคตของชาติถึง 8 คน ซึ่ง 2 คนในนั้นคือ "มันสมอง" ของวงการวิทยาศาสตร์ประเทศไทย...

เสียดาย เสียหาย เสียใจ คงอธิบายถึงความรู้สึกได้ดีของคนในสังคม ที่ตอนนี้กำลังกล่าวขานอย่างมากกับอุบัติเหตุบนทางด่วนเมื่อคืนวันที่ 27 ธันวาคม 2553 การสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากชีวิตและทรัพย์สินของผู้ตายทั้ง 8 คนแล้ว ในภาพรวมของสังคมเองยังเป็นการสูญเสียบุคลากรของประเทศ ที่เป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาตร์ในประเทศไทย คือ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง และ นายอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี 2 นักวิชาการจากไบโอเทค ของ สวทช.

ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือเป็ด หลายคนอาจเริ่มคุ้นหู และรู้เรื่องมาพอสมควรเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของเขา ที่กว่าจะประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ เขาผ่านความลำบากมาเป็นเวลาหลายสิบปี เพราะด้วยความยากจน ของครอบครัว แต่ท้ายที่สุดด้วยความานะพยายามของผู้ชายคนนี้ ก็สามารถทำให้ตัวเขาเองกลายเป็นด็อกเตอร์หนุ่มไฟแรงที่เป็นกำลังสำคัญของ ประเทศได้ ซึ่งทางไบโอเทค สวทช. ได้เล่าถึงผู้ชายคนนี้ว่า



"เป็ดเริ่มมาทำงานที่ห้องปฏิบัติการวิศวกรรมโปรตีนลิแกนด์ และชีววิทยาโมเลกุล หน่วยวิจัยชีววิทยาโมเลกุลทางการแพทย์ ไบโอเทค สวทช. ตั้งแต่เดือนมกราคม 2549 เกือบ 5 ปี ที่ทำงานที่นี่ เป็ดเป็น 1 ในทีมวิจัยขยัน มาก ซึ่งเขาทำงานร่วมกับกลุ่มงานวิจัยมาลาเรียของไบโอเทค เขาเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง เป็นคนมีน้ำใจ มีความคิดสร้างสรรค์ และให้ข้อเสนอแนะที่ดีอยู่เสมอ เขาเป็นคนมีอารมณ์ขันด้วย ชอบทำให้เพื่อนร่วมงานหัวเราะ เป็ดเป็น "เพื่อน" ที่พร้อมจะสร้างบรรยากาศงานวิจัยที่ดีให้ทีมงานทุกคน"
 
source: thairath.co.th/content/life/137825
 
 
...............
 
ก่อนอื่นขอบอกว่า ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง (ต่อไปนี้ขอเรียกว่าพี่เป็ด)
ถึงจะเป็นบุคคลที่ผมที่ผมเคยร่วมทำงานด้วยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ก็อยากจะเอามาเล่าสู่กันฟัง
 
 
 
สมัย ผมเรียนตรีปี 4 กลุ่ม BIOTEC รวมทั้งพี่เป็ดได้ยอมรับให้ผมกับเพื่อนผมรับทำกลุ่ม Senior Project ในเรื่องการทำ Database ข้อมูลชีวะของเขา

จนผมได้บรรลุเงื่อนใขโปรเจคนั้น แล้วได้จบปริญญาตรี......เปเปอร์ก็ผ่านเข้า conference แล้วก็ได้ A มาด้วย

ปัจจุบัน ผมก็ได้เรียนปริญญาโทที่คณะเดิม แล้วตอนแรกกะจะช่วยเรื่องโปรเจคให้พี่เป็ดต่อ แต่ผมทำต่อไม่ใหว เพราะเพื่อนผมอีกคนเป็นเสาหลักในเรื่องโปรแกรมมิ่งแล้วเขาไม่ขอรับทำต่อ (ผมเป็นเสาหลักในการเขียนเปเปอร์และพรีเซนงาน) ทำให้ผมไม่สามารถช่วยพี่เป็ดต่อได้... แล้วผมก็ได้ไปงานโปรเจคใหม่...

จนมาถึงวันที่รถชน ผมและเพื่อนที่ร่วมงานกับพี่เป็ดก็ได้ข่าวมาว่าพี่เป็ดเสียชีวิตแล้ว.. เราสามคน พูดอะไรไม่ถูกเลย... ผมอยู่ที่วัดพอดีวันนั้น เลยสวดมนต์ ทำบุญให้พี่เป็ด...

เย็นวันนั้น ผมก็ดูข่าวตามจีคอน กะ manager แล้วสลดใจมาก... เห็นภาพร่างของพี่เขาต้องมาตายในจุดที่เด่นที่สุด... ผมหดหู่ใจมาก แล้วโทรไปหาเพื่อนว่ากลับไป หาเวลามาทำบุญให้กับพี่เป็ดเถอะ...

วันต่อมา หนักกว่านั้นอีก... สรยุทธได้สัมพาดกับญาติๆ ของพี่เป็ด.... ทำให้ผมใจหาย หดหู่ และสงสารพี่เป็ดมากกว่าเดิม... ผมไม่นึกเลยว่าพี่เขาไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ มีแค่แม่บุญธรรมที่วันๆ ได้แต่ทำพวงมาลัยขาย.... พี่เป็ดได้บอกแม่เขาใว้ว่า จะเก็บตังซื้อบ้านใหม่ให้แม่ เนื่องจากที่ปัจจุบันเป็นพื้นที่เช่า... ตอนนี้.. ความฝันของคุณแม่พี่เป็ดก็ได้สลายไป...

ดูทีวีแล้วผมแทบจะน้ำตาใหลตามเลย... ไม่นึกว่าพี่เป็ดจะต้องมาจบชีวิตเพียงเท่านี้..

ผมขอใว้อาลัยพี่เป็ด ณ ที่นี่ อีกรอบหนึ่งแล้วกันครับ...

ขอให้ไปสู่สุขคติน่ะครับ....
 
 
ส่วนเรื่องน้อง แพรวา
 
 
ผมไม่ขอเคียดแค้นอะไรเธอมาก เพราะตอนนี้ทั้งสื่อทั้งสังคมอินเตอร์เน็ตได้รุมยำเธอจนเละ
เป็นโจ๊กไปเรียบร้อย.... มันพลาดตั้งแต่ให้สื่อไปอ้างว่าเธอบาดเจ็บสาหัสตั้งแต่แรกแล้วละ
ตอนแรกผมก็เจ็บใจน่ะ... ที่พี่เป็ดต้องมาตายกะแค่เด็กคนนี้ ทั้งๆ ที่อนาคตเขาดูดีกว่าน้องแพรวา
เยอะ แต่ตอนนี้ผมเฉยๆ แล้วละ...

Comment

Comment:

Tweet

ทราบซึ้งทุกสิ่งทุกอย่างมากในชีวิตของด๊อกเตอร์เป็ด

เป็นแบบอย่างน่ายกย่อง คนเราเกิดมาเป็นคนแล้วได้ทำ

ในสิ่งที่ตัวเองรัก เลือกทำในสิ่งที่มีคุณค่าสูง ต้องใช้ความ

อดทน ต่อสุ้ทุกอย่าง นอนหลับให้สบายเถอะนะ

ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง


รวีรัตน์

#4 By รวีรัตน์ (124.122.48.147) on 2011-02-04 20:59

RIP ดร. ครับ

( ถึงไม่ได้ตามข่าวหรือรายการจากทีวี แต่ก็พอรับรู้ได้ )

#3 By Pop L'Arc on 2010-12-31 22:23

ขอไว้อาลัยให้พี่เขาเช่นกันครับ

#2 By t_maan on 2010-12-31 19:32

RIP
จขบ. ก็เป็นคนใจเย็นและมีสติดีครับ (ดูจากที่โพสต์)

#1 By Detonator on 2010-12-31 19:19